ร้องเรียน-ร้องทุกข์ ติดต่อเรา   ภาษาไทย english

"เล่าสู่ ตำนานวังตะกอ"

ประวัติตำบลวังตะกอ

              ในสมัยก่อน  มีกลุ่มชน  กลุ่มบุคคล  รวมตัวกันเป็นชุมชน  ตั้งอยู่  ณ  ริมแม่น้ำหลังสวนซึ่งเป็นแม่น้ำสายสำคัญและสายหลักของเมืองหลังสวน  แม่น้ำเป็นหัวใจของการทำมาหากิน  การค้าขาย  การแลกเปลี่ยนสินค้าระหว่างกันจึงเกิดชุมนกลุ่มหนึ่ง  รวมตัวกันจัดตั้งเป็นชุมชน  มีผู้คนอาศัยเป็นจำนวนมากอาศัยแม่น้ำหลังสวนเป็นเส้นทางคมนาคมขนส่งสินค้าและแลกเปลี่ยนสินค้าซึ่งกันและกัน  ชาวเรือส่วนมากที่ได้ผ่านไปมาทางน้ำจะแวะพักค้างคืนและจอดเรือตามริมฝั่งที่มีน้ำลึกๆ  เรียกตามภาษาถิ่นว่า  "วัง"  และบริเวณ  " วัง"  มีต้นไม้ชนิดหนึ่งเป็นไม้ยืนต้นเปลือกของผลจะมีลักษณะเป็นหนามห่อหุ้มรอบๆ  เมล็ด  เรียกว่า  "ต้นกอ"  ขึ้นบริเวณริมแม่น้ำที่เป็นวังน้ำวน มีกิ่งก้านในปกคลุมบริเวณ  "วังน้ำวน"  ให้ความร่มรื่นเป็นที่กำบังแสงแดดได้เป็นอย่างดี  ทำให้ชาวเรือนิยมมาจอดเรือบริเวณนี้กันมาก  ทำให้บริเวณดังกล่าวกลายเป็นชุมชนและท่าเรือสำหรับค้าขายและแลกเปลี่ยนสินค้าซึ่งกันและกันของชาวบ้านในท้องถิ่นและชาวเรือต่างถิ่น  ทำให้ท่าเรือแห่งนี้เปรียบเสมือนตลาดน้ำแห่งหนึ่งในสมัยนั้น  ซึ่งชาวเรือต่างๆ  ที่ผ่านมาผ่านไปมักจะเรียกชุมชนนี้ว่า  "วังกอ" หรือ "ตลาดวังกอ"  คงจะนำคำว่า "วัง"และคำว่า  "ต้นกอ"  มารวมกันแล้วใช้เรียกกันจนติดปากว่า "วังต้นกอ"  ต่อมาเรียกผิดเพี้ยนมาเป็น "วังตะกอ จนถึงปัจจุบันนี้

                 ตามประวัติเมืองหลังสวนในสมัยนั้น  ปี  พ.ศ.  ๒๔๒๐  โปรดเกล้า ฯ  และพระราชทานสัญญาบัตรแต่งตั้ง  นายคอซิมเต็ก  เป็นพระครูราชโภคากร  เป็นผู้ว่าราชการเมืองหลังสวนและสมัยนั้นผู้คนในเมืองหลังสวนและชุมชน  "ตลาดวังกอ"  ได้รับความเดือดร้อนจากการปล้นสะดมของกลุ่มโจร  อั้งยี่ (ยี่หินหัวความย)  ลักวัวลักควายของชาวบ้านและปล้นคนเชื้อสายจีนที่เข้ามาทำการค้าขายกับ  "ตลาดวังตะกอ"  ได้สร้างความเดือดร้อนให้กับชาวบ้านอย่างมาก

                 สมัยต่อมาประมาณปี  พ.ศ.  ๒๔๓๗  ในสมัยรัชกาลที่ ๕  สมเด็จพระเจ้าบรมวงค์เธอเจ้าฟ้ากรมพระยาภานุพันธุ์วรงศ์วรเดช  ทรงนิพนธ์รายละเอียดของเมืองหลังสววนไว้ในหนังสือ "ชีวิวัฒน์"   ในตอนหนึ่งของหนังสือที่ได้กล่าวถึง "ตำบลวังตะกอ" ความว่า "ถึงขึ้นไปทางฝั่งเหนือถึงขาเล็กที่ตำบลวังตะกอเรียกว่า  บ่อเงิน  บ่อทอง  ตีนเขาลงมาถึงน้ำเป็นศิลาแดงเวิ้งชะวาดที่ตรงหาดชะวาดน้ันน้ำเชี่ยว  เวลาน้ำลดลึกประมาณ  ๔-๕  วา  ข้างใต้น้ำเรียกว่า  บ่อทอง  ชะวาด  เหนือน้ำเรียกว่าบ่อเงิน  "  และต่อมาชุมชนตลาดวังตะกอได้เปลี่ยนแปลงตามสภาพธรรมชาติการปกครอง  การคมนาคมจึงได้ย้ายตลาดวังตะกอไปที่  "ท่าต้นโด"  บริเวณตลาดหลังสวนปัจจุบันและในเวลาเดียวกันนั้น  วัดอยู่ทางทิศตะวันตกของตลาดวังตะกอ  เรียกว่า  "วัดลุ่ม"  จึงได้ย้ายวัดและชุมชนมาตั้งในที่แห่งใหม่  คือชุมชนบ้านนอกไส  หมู่ที่ ๓  ซึ่งมีการเปลี่ยนชื่อวัดหลายครั้งจนกระทั่งเปลี่ยนมาเป็น " วัดสมุหเขตตาราม " (วัดหัววัง)  จนมาถึงปัจจุบัน